เทคนิคปรับโปรไฟล์ให้ HR เป็นฝ่ายทักหาด้วย Talent Search
ส่งเรซูเม่ไปกี่แห่งก็เงียบหาย รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่มีสัญญาณตอบรับ ปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดจากเราไม่มีความสามารถ แต่เพราะวิธีจับคู่งานกับสกิลต่างหากที่ไม่ตรงกัน
เดี๋ยวนี้บริษัทชั้นนำและ HR ไม่ได้แค่เป็นฝ่ายนั่งรอใบสมัคร แต่ค้นหาผู้สมัครเชิงรุกบนเว็บไซต์ Job Hiring เพื่อตามหาคนที่มีทักษะตรงกับที่องค์กรต้องการ
หากอยากเปลี่ยนสถานะจากฝ่ายวิ่งไล่ตาม มาเป็นคนที่ HR เป็นฝ่ายทักหาเอง การเข้าใจระบบ Talent Search และรู้วิธีปรับแต่งโปรไฟล์บนแพลตฟอร์มการหางาน จะช่วยเปิดโอกาสให้ได้รับการมองเห็นเพิ่มมากขึ้น
ระบบ Talent Search คืออะไร และทำงานยังไง
ระบบ Talent Search คือเครื่องมือค้นหาผู้สมัครงานที่ HR หรือนายจ้าง สามารถค้นหาฐานข้อมูลโปรไฟล์ของผู้สมัครงานบนแพลตฟอร์มได้อย่างเจาะจง เพียงแค่ HR พิมพ์คำค้นหาเกี่ยวกับทักษะ ประสบการณ์ ใบรับรอง หรือตำแหน่งงาน ระบบจะคัดกรองโปรไฟล์ที่มีคุณสมบัติตรงกันขึ้นมาแสดงผล
การทำงานของระบบนี้คล้ายกับ Search Engine ที่ใช้การจับคู่คำค้นหากับข้อมูลที่บันทึกไว้ในระบบ หมายความว่ายิ่งโปรไฟล์ของเรามีข้อมูลที่ถูกต้องและตรงกับสิ่งที่ตลาดต้องการ โอกาสที่นายจ้างจะค้นพบก็ยิ่งสูงขึ้น
ตัวอย่างการค้นหาผู้สมัครบนแพลตฟอร์ม Seek ฝั่งผู้ประกอบการ
3 เทคนิคตั้งค่าโปรไฟล์ให้ HR ค้นแล้วเจอเรา
การทำให้ระบบ Talent Search ค้นพบโปรไฟล์ ไม่ใช่การใส่ข้อมูลให้เยอะที่สุด ยัดทุกอย่างลงไปให้แน่นเต็มเรซูเม่แต่คือการระบุทักษะที่ทำได้ด้วยคีย์เวิร์ดที่ตรงกับสกิลที่นายจ้างต้องการ หลักการนี้คล้ายกับการทำ SEO ให้กับประวัติของตัวเอง ซึ่งมีวิธีการง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถปรับแก้ตามได้เลย
1. เขียนชื่อตำแหน่งงานและ Skill Keywords ให้ชัดเจน
หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อตำแหน่งงานที่ฟุ้งเฟ้อหรือเป็นภาษาพูดกันเองภายในองค์กรเดิม ให้ใช้ชื่อตำแหน่งที่เป็นมาตรฐาและเป็นคำที่ HR นิยมใช้ค้นหาจริง หากไม่แน่ใจว่าควรใช้คำไหน ก็เสิร์ชหาในเว็บสมัครงานนั้นได้เลย หลังจากนั้นนำสกิลเหล่านั้นมาปรับใช้กับประวัติของเรา แยกทักษะระหว่าง Hard Skills และ Soft Skills ให้ชัดเจน เน้นใส่เครื่องมือ โปรแกรม หรือเทคโนโลยีที่เคยใช้ทำงานจริง
2. ใส่ประสบการณ์พร้อมผลงานที่วัดผลได้เชิงปริมาณ
ระบุหน้าที่ความรับผิดชอบพร้อมตัวเลขวัดผลที่ชัดเจน เช่น การเพิ่มยอดขาย การลดระยะเวลาทำงาน หรือปริมาณงานที่ทำสำเร็จ ข้อมูลเชิงปริมาณโดยเฉพาะป็นงานที่สร้างรายได้ให้องค์กร จะช่วยดึงดูดสายตาของ HR และทำให้เข้าใจความสามารถที่เรามีได้ดีขึ้น
3. อัปเดตประวัติการทำงานและสถานะความพร้อมอย่างสม่ำเสมอ
อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มมักให้ความสำคัญกับโปรไฟล์ที่มีการเคลื่อนไหว การเข้ามาอัปเดตข้อมูลประวัติการทำงาน หรือตั้งค่าสถานะว่าพร้อมเปิดรับโอกาสใหม่ ๆ จะช่วยให้โปรไฟล์มีโอกาสแสดงผลในอันดับต้น ๆ
เมื่อปรับแต่งโครงสร้างประวัติให้พร้อมรับการค้นหาแล้ว สเต็ปถัดไปคือการทำยังไงให้เรามีโอกาสถูกเลือกจากกลุ่มผู้สมัครที่ได้รับการคัดกรองในรอบแรก
เพิ่มใบรับรองมาตรฐานระดับสากลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
การมีใบรับรองมาตรฐานสากลประดับไว้บนโปรไฟล์ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยพิสูจน์ให้ HR มั่นใจได้ว่านอกจากทักษะที่เรามีจะตรงกับความต้องการของบริษัทแล้ว ยังเป็นไปตามมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรผู้เชี่ยวชาญ โดยตรง และยังสามารถใช้ทักษะจากใบเซอร์ช่วยตั้งต้นเขียน Resume ให้สุดตาได้ด้วย
ใบรับรองระดับพื้นฐานที่เราคัดมาให้แล้ว
- IC3 Digital Literacy ยืนยันความเข้าใจพื้นฐานด้านการใช้งานดิจิทัล
- Microsoft Office Specialist (MOS) ยืนยันความสามารถในการใช้งานโปรแกรมสำนักงานยอดฮิตอย่าง Word, Excel และ PowerPoint ระดับมืออาชีพ
- CCS - Generative AI ยืนยันความเข้าใจและการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
- CCS - Professional Communication ยืนยันการมีทักษะการสื่อสารในองค์กรและการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมืออาชีพ
- PMI Project Management Ready ยืนยันความรู้พื้นฐานด้านการบริหารจัดการโครงการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นสายงานการบริหารจัดการ
- Information Technology Specialist (IT Specialist) ยืนยันความรู้พื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ครอบคลุมหลากหลายทักษะ ทั้งด้านการเขียนโปรแกรม เครือข่ายและความปลอดภัยไซเบอร์
ยกระดับโปรไฟล์ให้โดดเด่นเหนือคู่แข่งด้วย ARIT x SEEK Pass
ไม่ต้องรอโชคชะตาให้ HR เป็นฝ่ายทักหา แค่ตั้งค่าโปรไฟล์ให้ถูกหลัก Talent Search ใส่ Keyword ให้ตรง ระบุผลงานให้ชัด พร้อมแนบหลักฐานยืนยันความสามารถที่พิสูจน์ได้จริง ด้วยใบรับรองมาตรฐานสากลผ่านSEEK Pass Verify การันตีทักษะบน JobsDB โดยตรง

